นักการทูตรัศม์ บอกเชื่อว่า แต่ว่าจำเป็นต้องเห็นด้วย รัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย เหลือแค่อาวุธปรมาณู

นักการทูตรัศม์ บอกเชื่อว่า แต่ว่าจำต้องสารภาพ รัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย เหลือแค่อาวุธปรมาณู
ตอนวันที่ 14 กันายน  นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ อดีตกาลเอกอัครราชทูตไทย ผู้ครอบครองเพจนักการทูตนอกแถว เขียนเนื้อหาบทความเรื่องทางสองแพร่งของรัสเซีย โดยพินิจพิจารณาว่า ในทางการทหารนับว่ารัสเซียแพ้แล้วโดยปริยาย โลกจะเปลี่ยนแปลงอีก จับตาท่าที่รัฐบาลไทย โดย บอกว่า
มองเห็นข่าวสารจากหลายสำนักประเด็นการแตกพ่ายแพ้รวมทั้งหนีจ้าละหวั่นของทหารรัสเซียในการสู้รบยูเครน ที่ในตอนนี้ทำท่าว่ายูเครนบางทีอาจจะยึดไครภรรยาคืนกลับมาได้ด้วย ซึ่งเกิดเรื่องที่เมื่อหกเดือนที่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าคาดหวัง เนื่องจากว่าทุกคนล้วนประเมินความสามารถกองทัพรัสเซียสูงเหลือเกิน
แต่เมื่อพบกับผู้ที่เขาพร้อมสู้ตายเพื่อป้องกันบ้านเกิด พร้อมอาวุธอันยุคของค่ายตะวันตก กองทัพรัสเซียที่ว่าแน่ก็หยุดสนิท ไปต่อไม่ติดแล้วก็ถึงช่วงนี้หลายข้างก็นับว่ารัสเซียเป็นข้างแพ้ไปแล้วโดยปริยาย ด้วยเหตุว่าไม่อาจจะบรรลุจุดมุ่งหมายการทำสงครามเพื่อครอบครองยูเครนได้
(สร้างความเจ็บหัวใจให้กับบรรดาแฟนคลับปูว่ากล่าวนทั้งหลายแหล่อย่างมาก อิอิ)
รวมทั้งซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ ประธานาธิบดีปูว่ากล่าวนยังคงเก็บเนื้อเก็บตัวเงียบไม่ออกมากล่าวอะไรถึงข่าวสารการแตกแพ้ของกองกองทัพรัสเซียในยูเครน
อย่ากระนั้นเลย พวกเรามาละเลยชอตกันดียิ่งกว่า ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่นี้ต่อไป สิ่งหนึ่งที่จะตามมาแน่นอนเป็นความคลอนแคลนของอำนาจในตัว ประธานาธิบดี ปูตำหนินเอง ซึ่งผมหวังว่าปูว่ากล่าวนรวมทั้งพรรคพวกจะหลุดจากอำนาจไปสุดท้าย และก็หวังว่าประเทศรัสเซียจะได้โอกาสปรับปรุงไปสู่ความเป็นสังคมอารยะรวมทั้งระบบประชาธิปไตยโดยความเป็นจริง และก็เปลี่ยนเป็นประเทศพลังบวกที่ยิ่งใหญ่ของโลก ตามที่อดีตกาล ประธานาธิบดีกอร์บาชอฟผู้เสียชีวิตได้เคยวาดวิมานในอากาศไว้

แต่ถึงแม้กระแสการแย้ง ไม่สบอารมณ์ผู้บริหารประเทศในรัสเซียจะมีมากขึ้นแต่ว่าสิ่งที่น่าเป็นกังวลกลับเป็นเสียงที่มาจากกรุ๊ปขวาจัดนิยมความร้ายแรงที่เคยช่วยเหลือรัฐบาล แต่ว่าในขณะนี้กำเนิดความรู้สึกว่าไม่ชอบใจจากความปราชัยในยูเครน รวมทั้งได้ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียใช้อาวุธปรมาณูเพื่อฆ่าฟันชาวยูเครนโดยไม่ต้องมีความเมตตากรุณาอะไรก็ตามสำหรับการเอาชนะการสู้รบนี้ให้ต้องได้
ที่นักวิเคราะห์เป็นทุกข์เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มีความคล้ายคลึงกับสภาพสังคมเยอรมันนีระยะหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่เยอรมันเป็นข้างพ่ายแล้วก็มีส่วนทำให้กรุ๊ปขวาจัดนิยมความร้ายแรงคลุ้มคลั่งชาติดังเช่นว่าพรรคที่นาซีสามารถขึ้นมามีอำนาจได้ ซึ่งได้สร้างหายนะอันยิ่งใหญ่ให้กับทั่วทั้งโลกในเวลาถัดมาไม่นาน
ในขณะนี้รัสเซียก็เลยเปรียบเหมือนอยู่บนทางสองแพร่ง ถ้าเกิดได้เป็นระบบประชาธิปไตยจริงก็จะก้าวหน้า เป็นพลังบวกของโลกถัดไป แต่ว่าถ้าเกิดกรุ๊ปขวาจัดนิยมความร้ายแรงได้อำนาจเข้ามา เคราะห์กรรมของรัสเซียคงจะยิ่งดำมิดหมีตรงลงไปอีก
แต่ในด้านอำนาจทางด้านทหารของรัสเซียเดี๋ยวนี้เกือบจะไม่เหลืออะไรแล้ว กว่าจะกลับมาตามตะวันตกทันอาจจะอีกนานและก็ยากมากมายเพราะเหตุว่ามาตรการคว่ำบาตรทำให้รัสเซียไม่สามารถที่จะเข้าถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัยได้ จะมีเหลือก็แต่ว่าอาวุธปรมาณู ที่หากใช้เมื่อไรผู้ที่จะฉิบหายสูงที่สุดอาจไม่พ้นรัสเซียเอง
โลกพวกเรามันก็มีอะไรแปลกๆที่ไม่มีผู้ใดมีความคิดว่าจะได้มองเห็น ก็ได้มองเห็นกัน ดังเช่นว่าความปราชัยอย่างหมดรูปของกองกองทัพรัสเซีย ผู้ใดกันจะมีความคิดว่าการหมดสภาพความเป็นมหาอำนาจทางการทหารของรัสเซียประเภทเกือบจะเลวข้ามคืนมันเกิดขึ้นได้ซึ่งๆหน้าพวกเรา
โลกมันเปลี่ยนอย่างเร็ว ว่าแต่ว่าไทยพร้อมต่อกรแนวโน้มความเคลื่อนไหวนี้ไหม หรือยังคงรวมหัวจมด้านหลังกับเผด็จการทหารเมียนมาร์ต่อ และก็ที่จะต้องบินไปรอเอาอกเอาใจรัฐบาลรัสเซียภายใต้ปูตำหนินอยู่อีก
อะไรก็เกิดขึ้นได้ พวกเรามาลุ้นกันครับผม ระหว่างปูตำหนิน ไม่น อ่อง หล่าย กับคุณลุงยามสมองยุงแล้วก็พรรคพวก ผู้ใดจะไปก่อนกัน